“นวัตกรรมการตรวจหาลักษณะจำเพาะและความผิดปกติของเซลล์มะเร็ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาโรคมะเร็ง”



นวัตกรรมการตรวจหาลักษณะจำเพาะและความผิดปกติของเซลล์มะเร็ง
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาโรคมะเร็ง

  • ปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งมีวิวัฒนาการความก้าวหน้าเป็นอย่างไรบ้าง
การรักษาโรคมะเร็งสมัยก่อน เรามองว่าโรคมะเร็งชนิดหนึ่งสามารถรักษาได้ด้วยวิธีที่เหมือนกัน เนื่องจากความรู้เกี่ยวกับกลไกการเกิดมะเร็งหรือชนิดของมะเร็งยังมีอยู่จำกัดจึงให้การรักษาตามอวัยวะไป เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม ปัจจุบัน เรามีความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์มากขึ้น เช่น เราทราบว่าโรคมะเร็งปอดสามารถแบ่งออกได้อีกหลายชนิดตามการเปลี่ยนแปลงทางชีวโมเลกุล เช่นเดียวกับมะเร็งเต้านมและมะเร็งอื่นๆ จากที่เคยใช้แต่ยาเคมีบำบัด ซึ่งไม่มีความจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง ทำให้คนไข้บางคนได้ประโยชน์ ในขณะที่บางคนไม่ได้ และส่วนใหญ่มีผลข้างเคียงด้วย ปัจจุบันมีเรายารักษาที่เจาะจงต่อเซลล์มะเร็งโดยการอาศัยความรู้เกี่ยวกับกลไกที่ผิดปกติของเซลล์มะเร็ง ถ้าคนไข้มีความผิดปกติตรงกับยาที่เราให้ ประสิทธิภาพก็จะดีขึ้นอย่างชัดเจนและผลข้างเคียงก็จะน้อยลงด้วย

  • การรักษามะเร็งในรูปแบบจำเพาะต่อบุคคลคืออะไร และวิธีการการตรวจรหัสพันธุกรรมอย่างครอบคลุม (Comprehensive Genomic Profiling (CGP) คืออะไร
การรักษาแบบจำเพาะต่อบุคคล หรือprecision medicine นั้น เมื่อก่อนจากที่เราให้ยาที่ไม่มีความจำเพาะเลย พัฒนามาสู่การให้ยารักษาที่เจาะจงกับความผิดปกติของแต่ละคน ตัวอย่างเช่น มีรถคันหนึ่งเสีย เมื่อก่อน เราก็เปลี่ยนไปเลยทั้งหมด แต่ตอนนี้เราสามารถรู้ได้ว่าวงจรไหนผิดปกติ จึงสามารถซ่อมแซมเฉพาะจุดโดยไม่ต้องเปลี่ยนทั้งหมด และทุกอย่างก็กลับมาทำงานได้เหมือนเดิม คล้ายกับการตรวจหาความผิดปกติจำเพาะของเซลล์มะเร็งในแต่ละบุคคล เพื่อนำไปสู่การรักษาที่แม่นยำหรือ precision medicine ทั้งนี้เราจำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรมที่มีมากมายหลากหลาย เพราะรหัสพันธุกรรมหรือยีนมีมากกว่า 20,000ยีน จึงต้องการเทคโนโลยีในการตรวจหาความผิดปกติเหล่านี้

  • วิธีการ CGP นำมาใช้หรือแพร่หลายในประเทศไทยแล้วหรือไม่ อย่างไร
วิธีการตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรมเริ่มแพร่หลายเข้ามาในไทยแล้ว โดยเริ่มจากการตรวจหาความผิดปกติเฉพาะทีละยีนๆ ไป วิธีการคือ เมื่อเราตรวจหายีนนี้เสร็จสิ้นแล้ว จึงไปตรวจหาอีกยีน ซึ่งทำให้ต้องใช้ชิ้นเนื้อคนไข้จำนวนมากและใช้เวลานานในการตรวจ นอกจากนี้ยีนอื่นๆ ที่ไม่ได้ตรวจแต่มีความผิดปกติ เราก็จะตรวจไม่พบ แต่ด้วยเทคโนโลยีcomprehensive genomic profiling เราสามารถตรวจยีนหลายๆ ยีน ได้อย่างครอบคลุมในครั้งเดียว ทำให้เราหาความผิดปกติได้อย่างละเอียด ชัดเจนในเวลาที่รวดเร็วขึ้น และยังลดปริมาณการใช้ชิ้นเนื้อมะเร็งที่มีจำกัดอีกด้วย

  • ตัวอย่างกรณีผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ใช้วิธีการCGP และได้รับประโยชน์จากวิธีนี้
ประโยชน์ที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ เราสามารถค้นพบผู้ป่วยที่มีโอกาสตอบสนองต่อยาพุ่งเป้าได้มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้วิธีการตรวจหาความผิดปกติของพันธุกรรมทีละยีนๆ ไป โอกาสที่จะพบความผิดปกติแบบที่พบไม่บ่อยก็จะเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นการตรวจแบบครอบคลุม ทำให้เราตรวจพบทุกความผิดปกติที่พบไม่บ่อย ซึ่งถ้าเราพบความผิดปกตินั้นและหายาที่รักษาคนไข้ได้ ประสิทธิภาพในการรักษาด้วยการใช้ยาจำเพาะก็จะสูงกว่า เพราะถ้าเราตรวจหายีนแบบทั่วไปและไม่พบ คนไข้คนนั้นอาจต้องรับยาเคมีบำบัด ซึ่งประสิทธิภาพก็จะไม่สูงเท่า

Comments